.

earth

หนีหนี้กองทุน กยศ.

กรณีตัวอย่างของครูวิภา บานเย็น ผอ.รร.บ้านห้วยน้อย ต.แม่ลาด อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร ถูกยึดบ้านและที่ดิน เนื่องจากไปค้ำประกันหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา( กยศ.)ให้แก่ลูกศิษย์ถึง 60 คน สุดท้ายลูกศิษย์บางคนหนี้หนีจนทำให้ครูต้องมารับใช้หนี้แทน คนอุดมศึกษาคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้..

เริ่มกันที่ กัญญรัตน์ เสงี่ยมอยู่ “มิ้นท์” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา บอกว่า มิ้นท์ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กให้รู้จักความกตัญญูกับผู้มีพระคุณ เมื่อกยศ.ให้โอกาสเราได้กู้ยืมเงินมาเรียนต่อ และยังช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครองด้วย เมื่อสำเร็จการศึกษาและมีรายได้ต้องนำเงินมาคืนกองทุนฯ เพื่อส่งต่อให้แก่รุ่นน้องได้มีโอกาสศึกษาต่อเหมือนรุ่นพี่ ซึ่งมิ้นท์รู้สึกเสียใจกรณีที่ลูกศิษย์บางคนหนีหนี้จนทำให้คุณครูที่มาค้ำประกันให้ต้องมารับผิดชอบหนี้แทน ทั้งที่คุณครูรักลูกศิษย์และยอมที่จะค้ำประกันการกู้ยืมเงินให้ เราต้องตอบแทนพระคุณคุณครูและไม่ทิ้งภาระให้แก่คุณครู

“กรุบกริบ” พรศักดิ์ ข้อยี่แซ่ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีคหกรรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)พระนคร บอกว่า จากสภาพเศรษฐกิจอาจจะทำให้ผู้กู้ยืมเงิน กยศ. บางคนไม่มีเงินมาชำระหนี้จริง ๆ แต่ถ้าไม่มีก็ควรที่จะติดต่อกับทางกองทุนฯ ไม่ใช่ปล่อยไปโดยไม่สนใจอะไรเลยและให้คนค้ำประกันต้องมารับผิดชอบแทน รู้สึกเห็นใจและสงสารคุณครูวิภาที่ต้องมารับผิดชอบกับเรื่องที่ตนเองไม่ได้ก่อ การที่คุณครูต้องมาค้ำประกันเพราะรักลูกศิษย์ ฝากถึงลูกศิษย์ที่หนีหนี้ขอให้มีจิตสำนึกและความรับผิดชอบ ในเมื่อมีโอกาสได้กู้ยืมเงิน เพื่อไปศึกษาต่อแล้ว และมีงานทำต้องส่งเงินคืนให้แก่กองทุนฯ เพื่อเงินทุนจะได้หมุนเวียนให้แก่น้องในรุ่นต่อไปได้ศึกษาต่อเช่นเดียวกับเรา ที่สำคัญเงินกยศ. เป็นเงินให้กู้ยืมเพื่อศึกษาต่อ ไม่ใช่เป็นเงินทุนให้เปล่า ดังนั้นเมื่อยืมแล้วต้องใช้คืน..

ผศ.น.ท.หญิง ดร.งามลมัย ผิวเหลือง รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) บอกว่า ในส่วนของ มก.จะมีระเบียบชัดเจนว่าผู้ที่จะค้ำประกันในการกู้กยศ. ให้แก่นิสิต คือต้องเป็นคนในครอบครัวของนิสิต เพื่อต้องการให้นิสิตมีความรับผิดชอบและป้องกันการหนีหนี้ด้วย ส่วนอาจารย์ที่ปรึกษาจะเป็นเพียงผู้ที่รับรองความประพฤติของนิสิตเท่านั้น ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยจะปลูกฝังนิสิตที่กู้กยศ. ว่าจะต้องมีจิตสำนึกที่ดี และรู้ว่าเงินกยศ.เป็นเงินที่ได้มาจากภาษีของประชาชน เมื่อยืมไปแล้วและมีงานทำก็จะต้องใช้เงินคืนกองทุนฯ ทั้งนี้เงิน กยศ.ถือว่าเป็นเงินก้อนแรกที่ทำให้นิสิตได้มีงานทำ ถ้าเราไม่ซื่อสัตย์กับการบริหารการเงินตั้งแต่แรกก็จะเป็นตราบาปกับตัวเอง และมีผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยที่จะถูกตัดเงินสนับสนุนจาก กยศ. ที่สำคัญรุ่นน้องก็จะหมดโอกาสได้ศึกษาต่อ อย่างไรก็ตามอาจารย์รู้สึกเห็นใจคุณครูวิภาที่ต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้..

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์ จันทร์ที่ 30 กรกฎาคม 2561 เวลา 07.00 น....

อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/education/657421

มี 92 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

1901904
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
147
1212
7524
1083615
23868
41982
1901904

Your IP: 54.80.102.170
Server Time: 2018-08-19 01:33:55