.

earth

สพฐ.นำร่อง รร.อนุบาล 82 แห่งใช้นวัตกรรมไฮสโคป

เลขาธิการ กพฐ. ถก การเรียนการสอนการศึกษาเด็กปฐมวัย เตรียมนำร่องโรงเรียนอนุบาลระดับจังหวัด 82 แห่ง ใช้นวัตกรรม "ไฮสโคป"  เชื่อตอบโจทย์ผู้เรียนในศตววรรษที่ 21

วันนี้ (4 ม.ค.) นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมการจัดการศึกษาปฐมวัยตามแนวคิดไฮสโคป  (High Scope)  เมื่อเร็ๆวนี้ ที่ประชุมได้หารือถึงการวางแผนที่จะนำการจัดการเรียนการสอนแบบไฮสโคปลงสู่กระบวนการปฎิบัติให้แก่เด็กระดับปฐมวัย โดยจะนำร่องในโรงเรียนอนุบาลประจำจังหวัดที่มีความพร้อมก่อน จำนวน 82 แห่งแบบเข้มข้น เพื่อชูให้เป็นโรงเรียนต้นแบบ  ซึ่งการที่นำรูปแบบการจัดการเรียนการสอนไฮสโคปมาใช้นั้นจะส่งผลให้เราได้ฝึกประสบการณ์ครูที่ไม่ได้จบการศึกษาปฐมวัยด้วยเหมือนเป็นการเติมเต็มครบวงจรของการจัดการศึกษาปฐมวัย ทั้งนี้ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มอบความอิสระการจัดการเรียการสอนปฐมวัยให้ใช้การสอนได้หลากหลายรูปแบบตามความพร้อมของเด็กและโรงเรียน เช่น มอนเตสซอรี่ Montessori  เป็นต้น  แต่ครั้งนี้เราอยากนำรูปแบบการสอนไฮสโคปมานำร่องโรงเรียนอนุบสลระดับจังหวัดที่มีความพร้อมก่อน  ซึ่งจะเริ่มดำเนินการทันที  เพราะถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เราจะยกระดับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเด็กปฐมวัยอย่างเป็นระบบมากขึ้น 

“งบประมาณ สพฐ. จัดสรรค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาปฐมวัยให้แก่เด็กทุกคน จำนวน 2,830 บาท/คน/ปีการศึกษา จัดสรรงบประมาณสาหรับนมและอาหารกลางวันสาหรับเด็ก จัดสรรงบประมาณ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับโรงเรียนอนุบาลประจาจังหวัด จานวน 82 โรงเรียนทั่วประเทศและโรงเรียน อนุบาลประจาเขตพื้นที่การศึกษา จานวน 183 โรงเรียน รวมทั้งสิ้น 265 โรงเรียน โรงเรียนละ 50,000 บาท รวมทั้ง จัดสรรงบประมาณตามคาขอของเขตพื้นที่การศึกษาในการพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียน การสอนปฐมวัยให้แก่ครูปฐมวัย” นายบุญรักษ์ กล่าว 

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า สำหรับนวัตกรรมไฮสโคปเป็นการสอนที่เน้นการเรียนรู้แบบลงมือทำผ่านมุมเล่นที่หลากหลาย ด้วยสื่อและกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก และการแก้ปัญหาอย่างกระตือรือร้น โดยการให้โอกาสเด็กเป็นผู้ริเริ่มการเล่นหรือกิจกรรมต่าง ๆ อย่างอิสระ ซึ่งตรงตามทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญาของเปียเจต์นักการศึกษาที่สำคัญคนหนึ่งของโลก ความสำคัญในด้านพื้นฐานโดยเฉพาะการสร้างองค์ความรู้ของผู้เรียน จะเน้นการเรียนรู้แบบลงมือกระทำ (Active Learning) เพราะเด็กจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงทำให้เกิดความคิด  ความรู้  ความเข้าใจ และรู้จักลงมือแก้ปัญหาด้วยตนอง โดยรูปแบบการสอนแบบไฮสโคปมีโรงเรียนตัวอย่างที่ดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้ว 2 แห่ง คือ โรงเรียนอนุบาลร้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ด และโรงเรียนชุมชนบ้านทุ่งน้อย “พิพัฒน์โสภณวิทยา จ.พิจิตร ซึ่งทำได้อย่างเข้มแข็งและประสบความสำเร็จมาก ดังนั้นจึงนำมาขยายผลต่อยอดในโรงเรียนอนุบาลระดับจังหวัดที่มีความพร้อม เพราะเชื่อมั่นว่าจะตอบโจทย์คุณสมบัติผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างแน่นอน  ขณะเดียวกันในปีการศึกษา 2562 สพฐ.จะขยายโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อยให้เต็มครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งจะมีการเพิ่มกิจกรรมทักษะวิทยาศาสตร์จากเดิม 8 หน่วยการเรียนรู้ เป็น 10 หน่วยการเรียนรู้ พร้อมกับพัฒนาครูผู้สอน และหาคลิปวิดีโอการทดลองวิทยาศาสตร์ในรูปแบบอออนไลน์ที่ดีมีคุณภาพมาส่งเสริมการเรียนมากขึ้นด้วย

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์ ศุกร์ที่ 4 มกราคม 2562 เวลา 11.05 น.

อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/education/685964

มี 37 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

2074465
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
775
1265
5543
1260436
19252
30614
2074465

Your IP: 54.83.93.85
Server Time: 2019-01-17 07:47:59