.

earth

โรงเรียนเอกชนดังปทุมธานี ชี้จัดการสอนถูกกฎหมาย

วันนี้ (19 ม.ค.) นายเมธชนนท์ ประจวบลาภ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการ (ด้านกฎหมาย) โรงเรียนจุฑารัตน์วิทยา จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ตามที่ นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปทุมธานี ตรวจสอบพบว่า

มีโรงเรียนเอกชนในจังหวัดปทุมธานี จัดการศึกษาไม่เป็นไปตามกฎหมาย เรียน 2 – 3 เดือนก็จบการศึกษา และอาจจะเข้าข่าย การปลอมแปลงหรือซื้อขายวุฒิการศึกษานั้น ซึ่งขอยอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของโรงเรียนจุฑารัตน์วิทยา แต่ สช. และ ศธจ.ปทุมธานีอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องอาจจะไม่ได้ศึกษาข้อกฎหมายให้ดีก่อน

นายเมธชนนท์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ข้อเท็จจริงก็คือโรงเรียนจุฑารัตน์วิทยา เป็นโรงเรียนเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งประเภทสามัญศึกษาและอนุญาตให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนจึงได้จัดทำโครงการ “จุฑารัตน์วิทยาพาขึ้นฝั่ง” ซึ่งเป็นโครงการที่ให้นักเรียนที่ลาออกกลางคัน ถูกไล่ออก หรือเรียนไม่จบการศึกษาเนื่องจากมีผลการเรียนติด 0 , ร , มส. , มผ. จากสถานศึกษาแห่งเดิมย้ายมาเรียนโดยการเทียบโอนหน่วยกิตและมาสอบ เพื่อประเมินผลการเรียน ตามแนวทางมาตรา 26 แห่งกฎหมายการศึกษาแห่งชาติ ที่กำหนดให้สถานศึกษาสามารถกำหนดเครื่องมือการวัดผลประเมินผลได้ยืดหยุ่นตามบริบทของผู้เรียน นอกจากนี้ นักเรียนรายใดที่มีประสบการณ์ทำงาน ฝึกอาชีพ ประกอบอาชีพในสถานประกอบการ ก็ยังสามารถเอาประสบการณ์ตรงนั้น มาเทียบโอนเป็นหน่วยกิตการศึกษาขั้นพื้นฐานในระบบได้ ตามแนวทางที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ) ออกคู่มือแนวทางการเทียบโอนไว้ รวมถึงยังสอดคล้องกับมาตรา 15 แห่งกฎหมายการศึกษาแห่งชาติที่กำหนดให้มีการเทียบโอนผลการเรียนระหว่างในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ได้อีกด้วย

นายเมธชนนท์ฯ กล่าวอีกว่า สำหรับการที่โรงเรียนจัดทำบัญชีรายชื่อทะเบียนนักเรียนแยกออกไว้ 2 เล่ม นั้นเป็นกรณีที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนว่านักเรียนกลุ่มใดขอรับเงินอุดหนุนตามโครงการเรียนฟรี 15 ปีจากรัฐบาล และนักเรียนกลุ่มใดไม่รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้ชี้แจงแนวทางการจัดการศึกษารูปแบบดังกล่าว ตามหลักของกฎหมายให้ สช. และ ศธจ.ปทุมธานี รับทราบแนวทางแล้ว แต่ผู้เกี่ยวข้องก็ปฏิเสธและยืนยันในคำพูดเดิมว่าโรงเรียนทำผิดกฎหมายมาโดยตลอด ซึ่งไม่ยอมฟังเหตุผลหรือศึกษาข้อกฎหมายที่ตัวเองบังคับใช้บ้างเลย จนเกิดเป็นเหตุการณ์ในลักษณะนี้

“โรงเรียนจุฑารัตน์วิทยา ขอยืนยันว่าการดำเนินการจัดการศึกษาดังกล่าว เป็นไปตามหลักและเงื่อนไขของข้อกฎหมายที่โรงเรียนได้รับอนุญาตเอาไว้เมื่อตอนจัดตั้งโรงเรียนโดยเฉพาะการจัดการศึกษาตามพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ที่เปิดโอกาสให้ทุกสถานศึกษาสามารถดำเนินการได้ และการจัดการศึกษาในลักษณะเช่นนี้ โรงเรียนหนองชุมแสงวิทยา จังหวัดเพชรบุรี ก็เคยขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความ และก็เคยมีความเห็นไปยังคณะรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี 2558 แล้วว่าสถานศึกษาทุกแห่งสามารถจัดการศึกษาโดยการเปิดเทียบโอนผลการเรียนในลักษณะเช่นนี้ได้ ดังนั้นเมื่อโรงเรียนจุฑารัตน์วิทยาได้รับการอนุญาตให้จัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานย่อมมีสิทธิที่จะนำแนวทางหรือวิธีการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรมาบังคับใช้เช่นเดียวกัน รวมถึงตอนนี้ไม่ขอชี้แจงอะไรมาก เพราะเรื่องดังกล่าว อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง ซึ่งศาลปกครองกลางรับเรื่องที่โรงเรียนฟ้องคดีต่อศาล ไว้พิจารณาตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. 2561 หลังจากนี้ขอให้ สช.กลับไปทบทวนตนเองว่าได้ศึกษาข้อกฎหมายและแนวทางการจัดการศึกษามาถูกต้องครบถ้วนหรือไม่หากไม่มีข้อมูลทางโรงเรียนยินดีจะส่งไปให้อ่าน” นายเมธชนนท์ กล่าว

ด้าน นายชลำ อรรถธรรม เลขาธิการ กช. กล่าวว่า การดำเนินการของโรงเรียนเอกชนแห่งดังกล่าวไม่ได้มีการขออนุญาตมาที่ สช.อย่างเป็นทางการ ซึ่งแม้ว่ากฎหมายบอกว่าสามารถจัดการศึกษาได้ตามอัธยาศัย แต่โรงเรียนจุฑารัตน์เป็นโรงเรียนเอกชนอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 ดังนั้นการจะดำเนินการอะไรต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและระเบียบของสช. 

 

 

 

ที่มา: เดลินิวส์ออนไลน์ เสาร์ที่ 19 มกราคม 2562 เวลา 13.13 น.

อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/education/688649

มี 30 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

2107868
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
560
970
2649
1296522
18488
34167
2107868

Your IP: 54.146.227.92
Server Time: 2019-02-19 09:49:04