.

earth

นิทานคุณธรรม

ก.ค.ศ.เคาะเกณฑ์ใหม่ย้ายผู้บริหารโรงเรียน

วันนี้(1ส.ค.) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์  รมว.ศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ๆนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)เสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัด สพฐ. กรณีปกติโดยปรับปรุงในประเด็นดังนี้

 

1.คุณสมบัติของผู้ขอย้ายจากเดิมกำหนดว่า“ ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือน โดยนับถึงวันที่ 30 กันยายนของปีที่ยื่นคำร้องขอย้าย” เป็น “ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาและปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือน โดยนับถึงวันที่ 31 ตุลาคม ของปีที่ยื่นคำร้องขอย้าย” 2.การยื่นคำร้องขอย้าย กำหนดให้ผู้ประสงค์ขอย้ายยื่นคำร้องขอย้ายประจำปีตามแบบที่ ก.ค.ศ. กำหนด พร้อมความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ในระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคม โดยไม่เว้นวันหยุดราชการ ทั้งนี้คำร้องขอย้ายให้ใช้พิจารณาย้ายได้ไม่เกินวันที่ 31 กรกฎาคมของปีถัดไป หากพ้นกำหนดเวลา คำร้องใดยังไม่ได้รับการพิจารณาหรือพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ให้ถือว่าคำร้องขอย้ายนั้นเป็นอันยกเลิก ทั้งนี้ผู้ประสงค์ขอย้ายสามารถระบุสถานศึกษาที่ประสงค์จะย้ายไปดำรงตำแหน่งได้ทั้งสถานศึกษาที่เป็นตำแหน่งว่างและสถานศึกษาที่ไม่มีตำแหน่งว่างได้

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับการพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษาให้ดำเนินการย้ายตามลำดับดังนี้1.ย้ายสังกัดเดียวกัน ภายในจังหวัดเดียวกัน ซึ่งมีขนาดเดียวกันก่อน 2.พิจารณาย้ายสังกัดเดียวกันจากจังหวัดอื่น ที่มีขนาดเดียวกัน 3.พิจารณาย้ายสังกัดเดียวกันภายในจังหวัดเดียวกัน ขนาดใกล้เคียงกัน 4.พิจารณาย้ายสังกัดเดียวกัน จากจังหวัดอื่นขนาดใกล้เคียงกัน  5.ย้ายไปสถานศึกษาต่างประเภท หรือข้ามขนาดสถานศึกษาที่เกินว่า 1 ขนาด ภายในจังหวัดเดียวกัน และ6.พิจารณาย้ายไปสถานศึกษาต่างประเภท หรือข้ามขนาดสถานศึกษาที่เกินว่า 1 ขนาด จากจังหวัดอื่น กรณีที่จังหวัดใดมีสถานศึกษาขนาดใดขนาดหนึ่งเพียงสถานที่เดียวให้พิจารณาในสังกัดเดียวกัน ขนาดใกล้เคียงกัน ภายในจังหวัดเดียวกัน ก่อนพิจารณาย้ายจากจังหวัดอื่น ซึ่งมีขนาดเดียวกัน ทั้งนี้การปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหากรณีการย้ายผู้อำนวยการสถานศึกษาต่างขนาด เช่น ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีนักเรียนขนาด 300 คน มาโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีนักเรียน 3,000 คน อาจทำให้เกิดปัญหาการบริหารงาน ขณะเดียวกันผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กก็มีโอกาสเติบโตตามเส้นทาง อีกทั้งยังอาจได้รับการพิจารณาไปโรงเรียนขนาดใหญ่ เพราะมีผู้บริหารสถานศึกษาเกษียณอายุราชการจำนวนมาก ขณะที่ข้าราชการรุ่นใหม่โตไม่ทัน 

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบการกำหนดกรอบอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 225 เขต จากกรอบอัตรากำลังของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตามที่กำหนดไว้เดิม จำนวน 14,300 ตำแหน่ง เป็นจำนวน 10,962 ตำแหน่ง ลดลงจากเดิม 3,374 ตำแหน่ง โดยแบ่งเป็นกลุ่มกรอบอัตรากำลังในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 5 กลุ่ม และกรอบอัตรากำลังในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 3 กลุ่ม สืบเนื่องจากภาระงานที่เปลี่ยนแปลงไปตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2560 สั่ง ณ วันที่ 3 เมษายน 2560 โดยกรอบอัตรากำลังในครั้งนี้ เป็นกรอบอัตรากำลังที่ใช้ในระยะแรก และเมื่อมีการประกาศใช้ไปครบระยะเวลา 1 ปีแล้ว ให้มีการติดตามการปฏิบัติงานและภาระงานที่แท้จริง เพื่อปรับปรุงกรอบอัตรากำลังให้มีความเหมาะสมต่อไป..

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์ อังคารที่ 1 สิงหาคม 2560 เวลา 13.01 น....

อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/education/588991

มี 21 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

1527984
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
459
1277
6971
714939
20244
32516
1527984

Your IP: 54.198.246.116
Server Time: 2017-11-18 13:38:17