.

earth

นิทานคุณธรรม

"สุรพล"ชี้ตั้งกระทรวงอุดมศึกษายิ่งมีนายมาคุมมหา"ลัยเพิ่ม

“สุรพล”เชียร์แก้กฎหมายอุดมศึกษา ดีกว่าตั้งกระทรวงใหม่ ขณะที่ประธาน ทปสท.ยังไม่เห็นกระทรวงอุดมฯจะแก้ปัญหาได้ ส่วนเลขาธิการ กกอ.รับสกอ.ขี้ขลาดพบมหา’ลัยจัดการศึกษาไม่ได้มาตรฐานทำได้แค่เตือน.

วันนี้( 1 ก.ย.)ที่โรงแรมเซนจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ  สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ร่วมกับสถาบันคลังสมองของชาติ จัดจากเวทีสุนทรียเสวนาเรื่อง "ฟังความรอบด้าน : การจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา"โดย ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า  สกอ.เปิดสอบครูพัฒนาท้องถิ่น  พบว่า เด็กที่สอบผ่านจำนวนหนึ่งไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เนื่องจากเรียนในหลักสูตรนอกที่ตั้ง  ซึ่งสกอ.ไม่ได้รับทราบ กรณีดังกล่าวเป็นหนึ่งในปัญหาที่ สกอ.ทำได้แค่ออกหนังสือเตือน ซึ่งเรียกว่าเป็นระบบอุปถัมภ์ในสังคมไทยหรือเป็นความขี้ขลาดของ สกอ. ส่วนร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษานั้น เคยเสนอกับคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษาว่า หน่วยงานกลางที่จะดูแลระบบการอุดมศึกษาจะมีกระทรวงหรือไม่มีก็ได้ ถ้าไม่มีก็ต้องวางระบบการขับเคลื่อนการอุดมศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งองค์กรกลางควรบอกได้ว่า ใครทำถูกหรือทำผิด และต้องมีผู้รับผิดชอบ มีผู้รับโทษเมื่อเกิดความเสียหายต่อผู้เรียนด้วย 

ผศ.ดร.รัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย(ทปสท.) กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นว่ากระทรวงการอุดมศึกษา จะมีแนวทางการแก้ไขปัญหาการอุดมศึกษาขณะนี้อย่างไร  ทั้งปัญหาคุณภาพการศึกษา มาตรฐานหลักสูตร  ปัญหาธรรมาภิบาล  บทบาทสภามหาวิทยาลัย และปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย เป็นต้น 

ดร.สุเมธ แย้มนุ่น อดีต เลขาธิการ กกอ. กล่าวว่า ตนอยากเห็นในร่างกฏหมายอุดมศึกษาใหม่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับมหาวิทยาลัยให้ชัดเจน  แต่ในร่างดังกล่าวไม่ได้มีอะไรใหม่ในการจัดโครงสร้างการบริหารงานของอุดมศึกษา มีเพียงรัฐมนตรีมีอำนาจมากขึ้น สามารถเข้าไปจัดการกับสถาบันอุดมศึกษาได้ ซึ่งจุดหนึ่งดูเหมือนดีว่าการใช้อำนาจต่างๆ จะต้องคำนึงถึงความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัย แต่อีกทางก็เขียนผูกพันอำนาจตนเอง โดยแปลงอำนาจตามคำสั่ง คสช.เข้าไป อย่างไรก็ตามถือเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะมีการปรับโครงสร้างของการอุดมศึกษา หากทำไม่สำเร็จในช่วงนี้ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว 

ด้านศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) กล่าวว่า มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวตามเทคโนโลยีและโลกที่เปลี่ยนแปลง แต่การปรับตัวควรเป็นหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยต่างๆ มากกว่าฝากความไว้วางใจไว้กับ รมว.ศึกษาธิการ หรือฝ่ายการเมือง รวมทั้งปัญหาของสภามหาวิทยาลัยบางแห่ง ต้องใช้คำสั่ง คสช.เข้ามาแก้ไข ซึ่งปัญหาของอุดมศึกษาทั้งหมดที่ผ่านมา เราสามารถแก้ไขได้โดยใช้ ร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษาที่คณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ที่มี ศ.นพ.อุดม คชินทร เป็นประธาน ขอย้ำว่าไม่ใช่กระทรวงการอุดมศึกษา ซึ่งรูปแบบการบริหารงานต่างๆ จะกลับเข้ามาเป็นระบบราชการที่มีสายการบังคับบัญชาเหมือนกระทรวงอื่นๆ โดยร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา ได้กำหนดบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบสภามหาวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยไว้แล้ว

 “ผมคัดค้านอย่างยิ่งกับการตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา แต่สนับสนุนเรื่องการมีกฎหมายว่าด้วยการอุดมศึกษา และเชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาอุดมศึกษาได้  แต่ไม่เห็นเหตุผลที่จะมี ปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง และ  รมว.กระทรวงที่จะมาครอบหรือคุมมหาวิทยาลัยที่มีอิสระมากอยู่แล้ว และไม่เชื่อว่ารัฐมนตรีคนเดียวจะมีสติปัญญามากไปกว่าสภามหาวิทยาลัยที่รู้เรื่องและใกล้ชิดมหาวิทยาลัย  ซึ่งแน่นอนว่าเรามีสภามหาวิทยาลัยบางแห่งที่ล้มเหลว จึงต้องใช้มาตรา 44 เข้าไปดูแล  และเราก็ไม่ได้มีสภามหาวิทยาลัยที่ล้มเหลวทั้งหมด แล้วทำไมเราถึงได้พยายามหานายอีกคนมาเพื่อควบคุมสภามหาวิทยาลัย” ศ.ดร.สุรพล กล่าว

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์ วันที่ 1  กันยายน 2560  เวลา 17.10 น.

https://www.dailynews.co.th/education/595696

มี 55 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

1528021
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
496
1277
7008
714939
20281
32516
1528021

Your IP: 54.198.246.116
Server Time: 2017-11-18 13:48:12